ผมขอเป็นแสงสว่างให้ผู้ป่วยและอดีตผู้ป่วยมะเร็ง ลุกขึ้นมาสร้างคุณค่าให้ชีวิต

Click Here!

วิธีดูแลอาหาร เพื่อลดผลข้างเคียง

#เช้านี้ ผมมีข้อมูลดีๆ มาฝากให้อ่านเป็นความรู้กันครับ ต่อจากเมื่อวานนะครับ
#อาหารเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยควรรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารเพียงพอและเหมาะสม ก่อน ระหว่างและหลังการรักษาจะช่วยให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น ลดอาการแทรกซ้อน และมีความรู้สึกดีขึ้นมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคได้

#1.อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา ไข่ นม ถั่ว ต่างๆ เพราะผู้ป่วยมะเร็งมีอัตราการสลายโปรตีนเพิ่มขึ้น การได้รับโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างเพียงพอ จึงเป็นสิ่งสำคัญในผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน
#2.อาหารที่ให้พลังงานสูง เนื่องจากผู้ป่วยมักกินอาหารได้ในปริมาณน้อย
#3.กินผักผลไม้ให้ครบวันละ 5 สี จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้มะเร็งลุกลามได้ (ควรล้างให้สะอาด) เช่น มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ คะน้า แขนงผัก บล็อคโคลี ผักโขม กะหล่ำปลีสีม่วง ถั่ว ส้ม แก้วมังกรสีชมพู มะม่วง (สุก-ดิบ) เป็นต้น
#4.กินไขมันจากปลา เพราะน้ำมันปลามีกรดโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่น้ำหนักตัวน้อย และ ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ที่เป็นไขมันอิ่มตัวมาก เช่น หนังติดมัน น้ำมันหมู เพราะสามารถถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งได้
#5.กินมื้อใหญ่ในช่วงเช้า และแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ ช่วยให้กินอาหารได้มากขึ้น
:
:
Credit : https://www.nestlehealthscience-th.com/…/critical-ca…/cancer
อาหารที่ผมเลือกกินแต่ละมื้อในแต่ละวัน จะเลือกกินอาหารที่เน้นให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด ไม่ได้เน้นรสชาตมากเท่าไร เช่น ผัก ผลไม้ สารพัดเมนูไข่ ไม่ได้จำกัดว่าต้องกินไข่ขาวทุกวัน มันน่าเบื่อครับ : )
ปรับพฤติกรรมการกินขิงเราใหม่แบบค่อยๆปรับ ไม่ตึง ไม่หย่อน เดินทางสายกลางนะครับ
ผมเอง ยังดื่มกาแฟ วันละหลายครั้ง แต่เป็นกาแฟดำ เพียว ไม่เติมน้ำตาล และคอฟฟี่เมท อาจจะเติมนมจืดแทนอย่างเดียว เวลาเดินทางผมก็แวะดื่มกาแฟร้านโปรดอยู่ประจำ
ชีวิตก่อนป่วยก็บ้างาน พอป่วยก็อย่าบ้าตามคำแนะนำของหมอซะทุกเรื่องครับ หมอเค้าก็เป็นมะเร็งกันก็มี ไม่รอดก็มากมาย
"จงเป็นตัวเอง อย่างไม่เกรงใจใคร"
(สุขภาพต้องดีด้วย)
อย่าลืมกดLike&Shareด้วยนะครับ^^
____________________
ติดตามเรื่องราวสุขภาพดีๆอีกได้ที่
Facebook page www.facebook.com/Eakcancerlucky

Share:

ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง

#วันนี้ผมนำข้อมูล เรื่อง ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง โดยการ คีโม และ ฉายแสง และ ผ่าตัด มาฝากทุกคนครับ


#ผลข้างเคียงจากการรักษา ขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล จึงไม่ใช่ทุกอาการที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับการดูแลตัวเอง ยาที่ใช้ การเข้ากันของยาที่ใช้ การกินอาหารที่ถูกต้องและเพียงพอ
#ผลข้างเคียงจากการรักษาทั้ง 3 วิธี มีผลกับการกินอาหาร เพราะเมื่ออ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ มีแผลอักเสบในปาก ก็จะกินได้น้อยลง เริ่มน้ำหนักลด สูญเสียกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกันต่ำ เกร็ดเลือดและเม็ดเลือดขาวต่ำ
#เซลล์มะเร็งเอง ก็จะมีการการหลั่งสารที่ทำให้มีการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย โปรตีนก็จะถูกดึงจากกล้ามเนื้อออกมาเผาผลาญ
#ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ที่เป็นมะเร็งจึงต้องการสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป เกิดเป็นความเชื่อที่ว่า “เซลล์มะเร็งกินโปรตีน” จึงมีหลายคนงดโปรตีน ซึ่งในทางการแพทย์ จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะถึงแม้จะไม่กินโปรตีน ร่างกายก็จะไปสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อออกมาอยู่ดี ในที่สุดจะยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรม ขาดสารอาหาร จนไม่อาจทนต่อการรักษาได้ หรือไม่มีโปรตีนเพียงพอจะสร้างเม็ดเลือดขาว ต้องเลื่อนการรักษา (หากเม็ดเลือดขาวต่ำเกิน แพทย์จะเลื่อนการรักษาออกไป และให้ผู้ป่วยกินอาหารให้เยอะขึ้นเพื่อให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น) ซึ่งหากเลื่อนการรักษา อาจทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตขึ้นระหว่างนั้นได้

#มีผลงานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งหลายคน เสียชีวิตเกี่ยวกับโภชนาการดังนี้
#สาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็ง
• 50% จากการกินอาหารไม่ได้
• 20% จากการขาดสารอาหารมากกว่าโรคมะเร็ง
#กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็ง มักมีน้ำหนักตัวลดลง
ส่งผลต่อการรักษา คุณภาพชีวิตและอัตราการรอดชีวิต
=====================================
สรุปง่ายๆ
ผู้ป่วยมะเร็ง ส่วนใหญ่แล้วเสียชีวิตจากผลข้างเคียงของการรักษาซะอีกนะครับ
#จงตระหนักว่า การบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายตนเองให้แข็งแรงพร้อมสู้กับมะเร็ง "จำเป็นและสำคัญมาก"
Credit : https://www.nestlehealthscience-th.com/…/critical-ca…/cancer
อย่าลืมกดLike&Shareด้วยนะครับ^^
____________________
ติดตามเรื่องราวสุขภาพดีๆอีกได้ที่
Facebook page www.facebook.com/Eakcancerlucky
Share:

3วิธี การรักษามะเร็ง


#มะเร็งแต่ละบริเวณของร่างกาย มีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ที่ตัดสินใจว่าจะรักษาแบบไหน ซึ่งแต่ละวิธีนั้น จะมีผลข้างเคียงจากการรักษาที่แตกต่างกันดังนี้

#1.เคมีบำบัด (Chemotherapy)
คือ การรักษาด้วยยาเพื่อควบคุมหรือทำลายเซลล์มะเร็ง โดยการออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง และอาจมีผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติ
ระยะเวลาการรักษาทั่วไป : ขึ้นกับชนิดและระยะของโรคมะเร็ง และการตอบสนองของมะเร็งต่อตัวยา มักให้เป็นชุด ชุดละ 1-5 วัน ห่างกัน 3-4 สัปดาห์
#2.รังสีรักษา (Radiation therapy)
คือ รักษาโดยใช้รังสีที่มีพลังงานสูง เช่น รังสีเอ็กซ์ รังสีแกมม่า หรือ อนุภาคที่มีพลังงานสูง เช่น อิเลคตรอน โปรตอน หรือ นิวตรอน โดยฉายรังสีในบริเวณที่เป็นโรคและครอบคลุมไปถึงต่อมน้ำเหลืองที่อาจมีโรคแพร่กระจายไปด้วย รังสีจะฆ่าเซลล์ที่เติบโตเร็ว เช่น เซลล์มะเร็ง แต่เซลล์ในร่างกายที่แบ่งตัวเร็ว เช่น เซลล์ผิวหนัง เซลล์เยื่อบุลำไส้ ก็มีโอกาสถูกทำลายด้วย
ระยะเวลาการรักษาทั่วไป : ฉายรังสี วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 5-15 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ จนครบได้ปริมาณรังสีตามแพทย์กำหนด (ประมาณ 10-35 ครั้ง)
#3.การผ่าตัด (surgery)
มักทำในผู้ป่วยที่โรคมะเร็งยังอยู่เฉพาะที่ตำแหน่งเริ่มต้น (มะเร็งระยะที่ 1) หรือในบางกรณีเพียงกระจายไปเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือลุกลามทะลุผ่านอวัยวะที่เป็นโพรง (ระยะที่ 2) เท่านั้น ฉะนั้นจะเห็นว่ามักมีการรักษาเสริมด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ซึ่งมีความสำคัญและเสริมให้ผลการผ่าตัดได้ผลดียิ่งขึ้น
บทความนี้ผมคิดว่ามีประโยชน์จึงนำมาแบ่งปันเพื่อนผู้ป่วยมะเร็งได้เรียนรู้ด้วยกัน จะได้เข้าใจในกระบวนการรักษาโรคมะเร็งอย่างถูกต้องนะครับ
#มะเร็งรู้ไวหายได้ #มะเร็งทอนซิล
#EakCancerLucky #โชคดีที่เป็นมะเร็ง
อย่าลืมกดLike&Shareด้วยนะครับ^^
____________________
ติดตามเรื่องราวสุขภาพดีๆอีกได้ที่
Facebook page www.facebook.com/Eakcancerlucky
Share:

ข่าวการเสียชีวิตของคุณเดียร์ พยาบาลสาว ซึ่งเป็นมะเร็งตับ

#ข่าวการเสียชีวิตของคุณเดียร์ พยาบาลสาว ซึ่งเป็นมะเร็งตับ 
อาการเริ่มต้นเข้าใจว่าปวดท้องแค่กรดไหลย้อนธรรมดา กินยาแล้วอาการปวดก็หาย จนกระทั้งปวดท้องรุนแรง จึงได้ตรวจละเอียดพบว่าเป็นมะเร็งตับระยะที่ 4


#ถ้าหากเราพบว่าอาการต่างๆที่เราเป็นอยู่มันผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์และเล่าอาการให้ละเอียดเลยครับ และเปิดใจเตรียมรับผลตรวจว่า ถ้าดีก้ดี แต่ถ้าออกมาไม่ดีเป็นเนื้อร้าย เราก็ปรึกษาและวางแผนการรักษากับต่อไป ว่าจะต้องผ่าตัด คีโม ฉายแสง ฝังแร่รังสี ก็ตามความเห็นของแพทย์ อย่าละเลยสุขภาพเหมือนที่ผมเคยไม่ใส่ใจตัวเองมากพอ

#มะเร็ง รู้ช้ามันเกินเยี่ยวยา ใจสู้แต่ร่างกายมันไม่ไหว
#มะเร็งรู้ไว หายได้ ใจสู้ และคิดบวก อย่าเครียด
#มะเร็งแพ้กำลังใจ แต่ต่อให้มีล้านกำลังใจจากคนรอบข้าง ไม่สู้กำลังใจตนเองจากภายใน สั่งจิตใต้สำนึกว่า #กรูตายไม่ได้ เชื่อผม
#สุดท้ายขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณเดียร์ ถึงแม้จะเพิ่งทราบข่าวจาก Social Media ก้ขอให้จากไปสู่ภพภูมิที่ดี เป็นนางฟ้าบนสวรรค์ นะครับ
#มะเร็งรู้ไวหายได้ #มะเร็งทอนซิล
#EakCancerLucky #โชคดีที่เป็นมะเร็ง
อย่าลืมกดLike&Shareด้วยนะครับ^^
____________________
ติดตามเรื่องราวสุขภาพดีๆอีกได้ที่
Facebook page www.facebook.com/Eakcancerlucky
Share:

5 อาหารต้านโรคมะเร็ง หาทานง่ายในชีวิตประจำวัน

#การกินอาหารที่ไม่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสารพิษ จนเซลล์ผิดมากปกติมากจนเกินไป จนนำไปสู่โรคมะเร็ง ซึ่งเราสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ด้วยการรับประทานอาหาร ที่มีส่วนช่วยในการต้านมะเร็ง ซึ่งเราสามารถค้นหาได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ดังต่อไปนี้
1. กระเทียม
2. เห็ด
3. ถั่ว
4. แคโรทีนอยด์ สารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ พบได้ในผักผลไม้ สีเขียวและสีส้ม
5. กะหล่ำ

Credit : https://www.honestdocs.co/5-foods-against-cancer-easy-to-find?fbclid=IwAR3MFOWqrXc1qaVH5KYGnTQiSPcPaUUe6iXei_6IqGq7U7lSQomMNk3Gr7g

:
:
Share:

Happy New Year 2019

#ส่งท้ายปีเก่า2561 ผ่านไปแล้ว ได้เรียนรู้หลายๆอย่างในชีวิต
#สวัสดีปีใหม่2562 ปีแห่งการ ฝึกฝนลงมือทำ ให้ชำนาญในทุกด้านที่เรียนรู้ ทั้ง สุขภาพ การงานและการเงิน
ขออวยพรให้ทุกท่านจงประสบความสำเร็จ ในสิ่งที่ชอบ ประกอบด้วยธรรม ทุกประการเทอญ...

Share:

เมื่อผมรู้ว่าเป็นมะเร็งทอนซิล

เล่าจากประสบการณ์ชีวิตจริง
"เมื่อผมรู้ว่าเป็นมะเร็งทอนซิล"

รัตนชัย ธรรมพรต (เอก)
ผมไม่ใช่อดีตผู้ป่วยมะเร็ง แต่ผมเป็นผู้ป่วยมะเร็งทอลซิลชนิด ที่ยังอยู่ในระหว่างการรักษา หลังจากผ่านเคมีบำบัดมา 5 ครั้ง และ ฉายแสงรังสีรักษา อีก 33 ครั้ง จบไปเมื่อต้นปี2560 ที่ผ่านมา ยังต้องรับการตรวจติดตามจากแพทย์ หู คอ จมูก ที่เป็นทีมผ่าตัด อีก 5 ปี, ตรวจติดตามจากแพทย์รังสีรักษา อีก 3 ปี


ย้อนกลับไปเมื่อ 26 ตุลาคม 2559  ได้ฤกษ์นัดผ่าตัดก้อนเนื้อขนาด 2.5 ซม. ใต้ผิวหนังที่คอด้านขวา ภายหลังการผ่าตัดมาราธอน ตั้งแต่ 08.00 น. นอนบนเตียงเข้าห้องผ่าตัด จำได้เพียงเสียงคุณหมอคุยกับเราว่าจะรมยาสลบ ฟื้นมารู้สึกตัวอีกที 16.45 น. บนเตียงในห้องผู้ป่วยในที่จองไว้ ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้จักกับ “มะเร็ง” ความรู้สึกตกใจ น้ำตาคลอ พร้อมคำถามในใจ ทำไมต้องเป็นเรา? เราเป็นได้ไง? ลูกสาวเพิ่งจะ 10 เดือน คำถามเหล่านี้มาแค่เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญกว่าการมาคิดหาคำตอบว่าทำไมต้องเป็นเรา นั่นคือ “จะรักษายังไงให้หาย” ปัจจุบันการให้เคมีบำบัดเป็นวิธีการที่ได้ผลค่อนข้างดี สำหรับมะเร็ง  แต่มะเร็งทอนซิลที่เราเป็นล่ะ?  คุณหมอบอกว่า มะเร็งทอนซิล รักษาได้ โอกาสหายขาดมีเยอะ เพราะคุณยังอายุน้อย (ตอนนั้น 35 ปี) ก็ค่อยคลายความกังวลไปได้บ้าง ปล่อยให้การรักษาเป็นหน้าที่หมอก็แล้วกันนะ





หลังจากช่วงแรกของการให้ยาเคมีบำบัด  สภาพร่างกายเปลี่ยนไป ผิวพรรณคล้ำ ร่างกายซูบผอมเป็นซอมบี้ ผมไม่ร่วง เพราะเคมีที่ผมได้รับเป็นสูตรไม่ทำให้ผมร่วง แต่ก็ยังมีร่วงบ้าง ไม่ถึงกับต้องโกนผม ณ เวลานั้นรับสภาพตัวเองไม่ได้จริงๆ หลังจากวันนั้น บอกตัวเองเลยว่า มะเร็งทำร้ายแค่ร่างกายเราพอแล้ว จะยอมแพ้ให้มะเร็งเกาะกินใจเราไม่ได้ ต่อจากนี้ไป กรูตายไม่ได้ (ลูกยังเล็ก ภรรยา ยังสาว ยังสวย 555)

ผมจะใช้ชีวิตปกติ ไม่นอนซมติดเตียง ไม่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ความสุขเล็กๆน้อยๆที่ทำแล้วชุ่มชื่นหัวใจ แถมคนข้างกาย ทั้งคุณแม่และภรรยากับลูกสาวตัวน้อยพลอยสบายใจที่เห็นฉันสดใส สดชื่นขึ้น จนหลายๆคนเอะใจว่า นี่นายเป็นมะเร็งจริงหรือ?





เรื่องอาหารการกิน หมอบอกกินได้ทุกอย่าง เน้นใหม่ สุก สะอาด จากเดิมก่อนป่วย ของโปรดหลสยอย่างงดโดยสิ้นเชิง จัดระบบ สร้างวินัยการบริโภคใหม่ ผมจะเน้นปลาน้ำจืด และผักต้มสุก มากกินกับน้ำพริก  แต่ที่แย่คือการรับฉายแสงรังสีรักษาของผมต้องทำที่บริเวณคอ เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดผลข้างเคียงกับต่อมน้ำลาย ต่อมรับรส ฉายแสงถึงครั้งที่ 28  ในคอเป็นตุ่มน้ำใสๆ เต็มไปหมด กลืนอาหารลำบาก กินไม่ได้เลย คุณหมอแนะนำเจาะคอ ต่อสายยาง  โอว์... ถ้าทำเช่นนั้นเราคงแย่ ตัดสินใจขอยาชา มากลืนกลั้วปาก ก่อนกินอาหาร  สั่งจิตตัวเองเป็นงัยเป็นกัน ไม่ยอมเจาะคอ แน่นอน  แล้วก็ผ่านจบคอร์ส ฉายแสง 33 ครั้ง


เพื่อนๆ ที่รู้ว่าผมเป็นมะเร็ง ต่างส่งกำลังใจมาให้ตลอดระยะเวลาของการรักษา ผมลุกขึ้นมาสู้และยิ้มได้ ก็เพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง กำลังใจจากตัวเอง ไม่ใช่แค่คนเป็นโรคมะเร็งเท่านั้นที่ต้องการกำลังใจ โรคอื่นๆก็ต้องการกำลังใจเช่นกัน  และอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้ผมมีแรงฮึดนั่นก็คือ "ครอบครัวขาดเราไม่ได้"


 ตลอดเวลาผมคิดและบอกตัวเองอยู่เสมอว่า
: ผมมีคุณค่ากับใครหลายคนบนโลกใบนี้ “กรูตายไม่ได้”
: โลกใบนี้ยังมีอะไรที่อยากทำและยังไม่ได้ทำอีกมากมาย จะรีบตายไปไหน
: ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามามีทั้งด้านดีและไม่ดี และผมจะเลือกมองในด้านดี
: ช่วงเวลานี้เป็นบททดสอบหนึ่งของชีวิตที่ผมจะต้องผ่านมันไปให้ได้ ผมเตือนสติตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันเสมอ "เดี๋ยวมันก็ผ่านไป..."

:
:
Share:

ติดตามช่อง Youtube ครูเอก

ป้ายกำกับ