ผมขอเป็นแสงสว่างให้ผู้ป่วยและอดีตผู้ป่วยมะเร็ง ลุกขึ้นมาสร้างคุณค่าให้ชีวิต

Click Here!

เมื่อผมรู้ว่าเป็นมะเร็งทอนซิล

เล่าจากประสบการณ์ชีวิตจริง
"เมื่อผมรู้ว่าเป็นมะเร็งทอนซิล"

รัตนชัย ธรรมพรต (เอก)
ผมไม่ใช่อดีตผู้ป่วยมะเร็ง แต่ผมเป็นผู้ป่วยมะเร็งทอลซิลชนิด ที่ยังอยู่ในระหว่างการรักษา หลังจากผ่านเคมีบำบัดมา 5 ครั้ง และ ฉายแสงรังสีรักษา อีก 33 ครั้ง จบไปเมื่อต้นปี2560 ที่ผ่านมา ยังต้องรับการตรวจติดตามจากแพทย์ หู คอ จมูก ที่เป็นทีมผ่าตัด อีก 5 ปี, ตรวจติดตามจากแพทย์รังสีรักษา อีก 3 ปี


ย้อนกลับไปเมื่อ 26 ตุลาคม 2559  ได้ฤกษ์นัดผ่าตัดก้อนเนื้อขนาด 2.5 ซม. ใต้ผิวหนังที่คอด้านขวา ภายหลังการผ่าตัดมาราธอน ตั้งแต่ 08.00 น. นอนบนเตียงเข้าห้องผ่าตัด จำได้เพียงเสียงคุณหมอคุยกับเราว่าจะรมยาสลบ ฟื้นมารู้สึกตัวอีกที 16.45 น. บนเตียงในห้องผู้ป่วยในที่จองไว้ ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้จักกับ “มะเร็ง” ความรู้สึกตกใจ น้ำตาคลอ พร้อมคำถามในใจ ทำไมต้องเป็นเรา? เราเป็นได้ไง? ลูกสาวเพิ่งจะ 10 เดือน คำถามเหล่านี้มาแค่เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญกว่าการมาคิดหาคำตอบว่าทำไมต้องเป็นเรา นั่นคือ “จะรักษายังไงให้หาย” ปัจจุบันการให้เคมีบำบัดเป็นวิธีการที่ได้ผลค่อนข้างดี สำหรับมะเร็ง  แต่มะเร็งทอนซิลที่เราเป็นล่ะ?  คุณหมอบอกว่า มะเร็งทอนซิล รักษาได้ โอกาสหายขาดมีเยอะ เพราะคุณยังอายุน้อย (ตอนนั้น 35 ปี) ก็ค่อยคลายความกังวลไปได้บ้าง ปล่อยให้การรักษาเป็นหน้าที่หมอก็แล้วกันนะ





หลังจากช่วงแรกของการให้ยาเคมีบำบัด  สภาพร่างกายเปลี่ยนไป ผิวพรรณคล้ำ ร่างกายซูบผอมเป็นซอมบี้ ผมไม่ร่วง เพราะเคมีที่ผมได้รับเป็นสูตรไม่ทำให้ผมร่วง แต่ก็ยังมีร่วงบ้าง ไม่ถึงกับต้องโกนผม ณ เวลานั้นรับสภาพตัวเองไม่ได้จริงๆ หลังจากวันนั้น บอกตัวเองเลยว่า มะเร็งทำร้ายแค่ร่างกายเราพอแล้ว จะยอมแพ้ให้มะเร็งเกาะกินใจเราไม่ได้ ต่อจากนี้ไป กรูตายไม่ได้ (ลูกยังเล็ก ภรรยา ยังสาว ยังสวย 555)

ผมจะใช้ชีวิตปกติ ไม่นอนซมติดเตียง ไม่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ความสุขเล็กๆน้อยๆที่ทำแล้วชุ่มชื่นหัวใจ แถมคนข้างกาย ทั้งคุณแม่และภรรยากับลูกสาวตัวน้อยพลอยสบายใจที่เห็นฉันสดใส สดชื่นขึ้น จนหลายๆคนเอะใจว่า นี่นายเป็นมะเร็งจริงหรือ?





เรื่องอาหารการกิน หมอบอกกินได้ทุกอย่าง เน้นใหม่ สุก สะอาด จากเดิมก่อนป่วย ของโปรดหลสยอย่างงดโดยสิ้นเชิง จัดระบบ สร้างวินัยการบริโภคใหม่ ผมจะเน้นปลาน้ำจืด และผักต้มสุก มากกินกับน้ำพริก  แต่ที่แย่คือการรับฉายแสงรังสีรักษาของผมต้องทำที่บริเวณคอ เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดผลข้างเคียงกับต่อมน้ำลาย ต่อมรับรส ฉายแสงถึงครั้งที่ 28  ในคอเป็นตุ่มน้ำใสๆ เต็มไปหมด กลืนอาหารลำบาก กินไม่ได้เลย คุณหมอแนะนำเจาะคอ ต่อสายยาง  โอว์... ถ้าทำเช่นนั้นเราคงแย่ ตัดสินใจขอยาชา มากลืนกลั้วปาก ก่อนกินอาหาร  สั่งจิตตัวเองเป็นงัยเป็นกัน ไม่ยอมเจาะคอ แน่นอน  แล้วก็ผ่านจบคอร์ส ฉายแสง 33 ครั้ง


เพื่อนๆ ที่รู้ว่าผมเป็นมะเร็ง ต่างส่งกำลังใจมาให้ตลอดระยะเวลาของการรักษา ผมลุกขึ้นมาสู้และยิ้มได้ ก็เพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง กำลังใจจากตัวเอง ไม่ใช่แค่คนเป็นโรคมะเร็งเท่านั้นที่ต้องการกำลังใจ โรคอื่นๆก็ต้องการกำลังใจเช่นกัน  และอีกสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้ผมมีแรงฮึดนั่นก็คือ "ครอบครัวขาดเราไม่ได้"


 ตลอดเวลาผมคิดและบอกตัวเองอยู่เสมอว่า
: ผมมีคุณค่ากับใครหลายคนบนโลกใบนี้ “กรูตายไม่ได้”
: โลกใบนี้ยังมีอะไรที่อยากทำและยังไม่ได้ทำอีกมากมาย จะรีบตายไปไหน
: ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามามีทั้งด้านดีและไม่ดี และผมจะเลือกมองในด้านดี
: ช่วงเวลานี้เป็นบททดสอบหนึ่งของชีวิตที่ผมจะต้องผ่านมันไปให้ได้ ผมเตือนสติตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันเสมอ "เดี๋ยวมันก็ผ่านไป..."

:
:
Share:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ติดตามช่อง Youtube ครูเอก

ป้ายกำกับ